ทุกสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายในประเทศไทย ปี 2025
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ในประเทศไทยปี 2025 เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการและบุคคลธรรมดาควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด เพื่อให้การจัดการด้านภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือ ภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักออกจากเงินที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้รับเงิน และนำส่งกรมสรรพากรในนามของผู้รับเงิน เพื่อให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการหลีกเลี่ยงภาษี
ประเภทของรายได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 รายได้ที่เข้าข่ายต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ประกอบด้วย
- รายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส (มาตรา 40(1))
- ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าจ้างอิสระ (มาตรา 40(2))
- ค่าลิขสิทธิ์ (มาตรา 40(3))
- เงินปันผล ดอกเบี้ย (มาตรา 40(4))
- ค่าเช่า (มาตรา 40(5))
- รายได้อื่น ๆ ที่เข้าข่ายตามกฎหมาย (มาตรา 40(6) – (8))
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 2025
กรมสรรพากรได้ปรับลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายในกรณีที่มีการนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax ดังนี้
- ค่าบริการ ค่าจ้างอิสระ ค่าธรรมเนียม: 1%
- เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าเช่า: 5%
- ค่าลิขสิทธิ์: 3%
(หมายเหตุ : อัตราพิเศษนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่ใช้ระบบ e-Withholding Tax เท่านั้น)
วิธีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
สูตรการคำนวณภาษี = จำนวนเงินที่จ่าย x อัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น:
- จ่ายค่าบริการ 10,000 บาท → หักภาษี 10,000 x 1% = 100 บาท
- จ่ายค่าเช่า 20,000 บาท → หักภาษี 20,000 x 5% = 1,000 บาท
ตัวอย่างการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- 1. บริษัท A จ้างฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ในราคา 50,000 บาท → หัก 1% = 500 บาท → จ่ายจริง 49,500 บาท
- 2. บริษัท B เช่าพื้นที่สำนักงานเดือนละ 30,000 บาท → หัก 5% = 1,500 บาท → จ่ายจริง 28,500 บาท
กำหนดยื่นแบบและชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 2568
- ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือ วันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
- ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ต้องยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
บทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม
- ไม่หักภาษี หรือ ไม่นำส่งภาษี มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อครั้ง
- ต้องชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ค้างชำระ
- ในกรณีเจตนาหลีกเลี่ยง อาจมีโทษทางอาญา
แบบฟอร์มที่ใช้ในการยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ภ.ง.ด.1 : หักภาษีจากเงินเดือน ค่าจ้าง
- ภ.ง.ด.2 : หักภาษีจากเงินปันผล ดอกเบี้ย
- ภ.ง.ด.3 : หักภาษีจากบุคคลธรรมดา (บริการ)
- ภ.ง.ด.53 : หักภาษีจากนิติบุคคลในประเทศ
- ภ.ง.ด.54 : หักภาษีจากนิติบุคคลต่างประเทศ
- ภ.ง.ด.1ก / ภ.ง.ด.2ก : สรุปยอดภาษีประจำปี
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
ผู้จ่ายเงินต้องจัดทำ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เพื่อมอบให้ผู้รับเงินใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นแบบภาษีประจำปี
โดยสรุปแล้ว
การเข้าใจ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปี 2025” อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แต่ยังลดความเสี่ยงด้านภาษี และสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามแนวทางภาษีที่อัปเดตล่าสุดทุกปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องหักเมื่อใด?
- เมื่อมีการจ่ายเงินที่เข้าข่ายรายได้ตามมาตรา 40 ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษีก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับเงิน และนำส่งภาษีภายในกำหนด
หากลืมหักภาษี จะมีผลอย่างไร?
- จะต้องรับผิดชอบภาษีนั้นแทนผู้รับเงิน พร้อมทั้งอาจต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด
บุคคลธรรมดาที่รับค่าจ้างต้องเสียภาษีเพิ่มเติมไหม?
- ต้องรวมรายได้นั้นในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี และสามารถใช้ใบ 50 ทวิเป็นหลักฐานลดหย่อนภาษีได้
หักภาษี 1% แล้ว ผู้รับยังต้องยื่นภาษีไหม?
- ต้องยื่นภาษีปลายปีตามปกติ โดยหักภาษีที่จ่ายไปแล้วไว้เป็นเครดิตภาษี
ระบบ e-Withholding Tax คืออะไร?
- คือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งช่วยลดอัตราภาษีและเพิ่มความสะดวกในการดำเนินการ
ใครจำเป็นต้องออกใบ 50 ทวิ?
- ผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจะต้องเป็นผู้ออกใบ 50 ทวิ ให้แก่ผู้รับเงินทุกครั้ง